Bookmark and Share

เอกรินทร์ อยู่บำรุง “ในชีวิต ขอสร้างบ้านอัลเลาะฮ์หลังหนึ่ง ได้ทำสำเร็จแล้ว”

 


เอกรินทร์ อยู่บำรุง 
“ในชีวิต ขอสร้างบ้านอัลเลาะฮ์หลังหนึ่ง ได้ทำสำเร็จแล้ว”  
 

“เอกรินทร์ อยู่บำรุง” เป็นบุคคลที่สังคมมุสลิมพูดถึงอย่างกว้างขวางในเวลานี้  จากเด็กกำพร้าก้าวสู่แถวหน้าของสังคมและมีจิตกุศลบริจาคแต่ละปีหลายล้านบาท ได้รับเชิญไปเป็นประธานเปิดงานหลายร้อยงาน เขามีชีวิตความเป็นมาอย่างไร โปรดติดตาม...

“เอกรินทร์ อยู่บำรุง” เป็นอยู่บำรุงในสายมุสลิมเกิดย่านคลองตัน กรุงเทพมหานครเป็นเด็กกำพร้าแต่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากครอบครัว “อยู่บำรุง” 

“ผมเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ (อยู่บำรุง) นำมาเลี้ยง แต่ชีวิตก็ไม่ลำบาก ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี เรียกว่าไม่เคยอด และส่งเสียให้เรียนหนังสือ มีความรู้ทั้งด้านศาสนาและสายสามัญ” เอกรินทร์ เล่าถึงความเป็นมาของชีวิตแต่วัยเยาว์ “ไม่ค่อยมีคนรู้นักว่าผมทำอาชีพอะไร มักเจอคำถามเสมอว่า ประกอบอาชีพอะไรจึงมีฐานะ ตั้งแต่ทำงานผมเป็นนายหน้าค้าที่ดิน” เอกรินทร์ เฉลย 

เอกรินทร์กล่าวว่า การทำอาชีพนายหน้าที่ดิน ทำด้วยความซื่อสัตย์ คนขายๆ เท่าไหร่จะบอกคนซื้อเท่านั้น ผลตอบแทนแล้วแต่เขาจะให้ ซึ่งก็มีหลายครั้งได้รับมาจากทั้งคนขายและคนซื้อเพราะเห็นในความซื่อสัตย์  

“รู้ไม๊ มีคนมาปรึกษาผมเรื่องที่ดิน ให้ค่าที่ปรึกษาชั่วโมงละ 100,000 บาท” เอกรินทร์ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ 

อย่างไรก็ตาม งานที่ “เอกรินทร์” ภาคภูมิใจมากที่สุด คือ การได้ไปทำงานในโรงพิมพ์ที่มาดีนะห์ ซาอูดิอาระเบีย ซึ่งเขาได้ทำงานที่นั่นนานถึง 5 ปี 

“อัลเลาะฮ์ให้นะ ไปทำงานในโรงพิมพ์ที่พิมพ์อัลกุรอ่าน เป็นการพิมพ์อัลกุรอ่านที่นำมาแจกฟรีให้กับคนที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ถือว่า เป็นงานที่มีคุณค่ามาก และยังได้พบปะกับบุคคลชั้นนำของโลกอาหรับทั้งกษัตริย์ไฟซอล ของซาอุฯ กษัตริย์ และผู้นำอีกหลายประเทศที่เดินทางมาเยี่ยมชมโรงพิมพ์ เป็นช่วงชีวิตที่ถือว่าดีมากๆ” เอกรินทร์ กล่าว 

หลังจากมาเมืองไทย ก็ยังคงยึดอาชีพนายหน้าขายที่ดิน ซึ่งเป็นอาชีพเดียวที่เขาทำ นอกจากนั้น ก็คือ การทำงานการกุศล บริจาคและช่วยเหลือ สังคมในทุกระดับ  

“ได้เงินมาผมก็บริจาค ไม่เก็บไว้ เพราะถือว่าเป็นเงินของอัลเลาะฮ์ ชีวิตก็ไม่เคยลำบาก อัลเลาะฮ์ให้ผมมากขึ้นๆ ผมไม่ใช่คนรวย แต่เป็นคนมีริสกี” เอกรินทร์ กล่าว 

เอกรินทร์ได้รับเชิญไปเป็นประธานเปิดงาน ไปพูดบรรยายตามงานมัสยิด งานโรงเรียนสอนศาสนา งานการกุศลต่างๆ จนไม่ว่าง บางวันต้องริ่งรอก 2-3 งาน ได้รับเชิญไม่เพียงในกรุงเทพฯ แต่ต่างจังหวัดหลายจังหวัด ทั้งอยุธยา ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี  ประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจน จ.ตราด วิ่งรอกไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย 

“ผมมีความสุขที่ได้ทำบุญ ก็จะทำไปจนตาย การช่วยเหลือสังคมเป็นหน้าที่ๆ จะต้องทำ” เอกรินทร์ กล่าว



ไม่เพียงเดินสายทำบุญ แต่เอกรินทร์ยังได้เลี้ยงดูเด็กกำพร้าหลายคน ส่งเสียให้เรียนจนจบการศึกษา จนสามารถประกอบอาชีพได้ “ผมไม่ดูแลเยอะ ดูแลเท่าที่ทำได้ เลี้ยงเยอะ ห่วงว่า จะไม่มีคุณภาพ เลี้ยงให้มีคุณภาพ และให้เขามีชีวิตตามหลักอิสลาม จะต้องละหมาด ใครไม่ละหมาดก็จะไม่ช่วย ปีนี้ก็ส่งคนไปทำฮัจย์ เป็นหลานบ้าง เป็นคนจน และไม่ได้แค่ค่าเดินทาง แต่ให้เงินติดกระเป๋าไปด้วย เพื่อจะได้ซื้ออะไร หรือซื้อของมาฝากคนอื่น” เอกรินทร์ กล่าว 

เขากล่าวว่า ในชีวิตสิ่งที่ต้องการทำคือ การสร้างบ้านของอัลเลาะฮ์ คือ สร้างมัสยิดให้คนมาละหมาด โดยได้ไปสร้างมัสยิดมานารุลฮูดา ลำอ้ายแบน แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง ซึ่งเป็นมัสยิดที่หลานชายเป็นอิหม่าม ซึ่งทำงาน ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และเป็นผู้ผลักดันให้มีห้องละหมาดที่โรงพยาบาลจุฬาฯ 

“เดิมมัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดไม้ทั้งหลังมีสภาพเสื่อมโทรม คณะกรรมการมัสยิดฯ ต้อง การสร้างใหม่ จึงได้แจ้งความประสงค์ไปว่าจะขอสร้างมัสยิดแห่งนี้ด้วยเงินส่วนตัว เพราะหากจัดงานมาก่อสร้างคงต้องใช้เวลาหลายปี ได้ลงมือก่อสร้างไปประมาณกลางปี 59 ใช้เวลาไม่กี่เดือนก็แล้วเสร็จ เหลือตกแต่งเพียงเล็กน้อย ห้องน้ำ และโครงหลังคากันแดดกันฝนให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ในการจัดงานต่างๆ” เอกรินทร์ กล่าว 

เอกรินทร์กล่าวว่า ในการก่อสร้างมัสยิดได้ควบคุมการก่อสร้างด้วยตนเอง นำช่างที่ไว้ใจได้และมีฝีมือมาก่อสร้าง วัสดุที่ใช้เป็นวัสดุอย่างดีทั้งหมด พื้นใช้พื้นชนิดเดียวกันกับพื้นคอนโดฯ หรูๆ โคมไฟสั่งมาจากต่างประเทศมีห้องรับรองแขก ห้องละหมาดผู้หญิงจัดส่วนไว้ชัดเจน เครื่องเสียงก็ใช้เครื่องเสียงอย่างดี ใช้งบประมาณมากกว่า 5 ล้านบาท  

“บ้านของอัลเลาะฮ์จึงต้องการสร้างอย่างดีที่สุดให้พี่น้องมุสลิมได้ใช้ประโยชน์ได้นานที่สุด” เอกรินทร์ กล่าว 

เป้าหมายที่ต้องการสร้างบ้านของอัลเลาะฮ์ ของเอกรินทร์ได้สำเร็จแล้ว รอความสมบูรณ์และเปิดอย่างเป็นทางการ คาดว่าในวันเปิดคงมีคนที่รัก “เอกรินทร์” ไปร่วมเปิดอย่างล้นหลาม

นี่คือ “เอกรินทร์ อยู่บำรุง” มุสลิมแถวหน้าที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน   

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 378 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 54 + 86 =
ความคิดเห็น :