Bookmark and Share

เมาลิดกลาง คุณูปการต่อสังคมมุสลิม

 
เมาลิดกลาง
คุณูปการต่อสังคมมุสลิม


งานเมาลิดกลางเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดของพี่น้องมุสลิมในประเทศไทยด้วยเกี่ยวพันทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมเป็นงานที่พระมหากษัตริย์ ผู้นำประเทศลงมาสัมผัสกับมุสลิม รับทราบปัญหาและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง 

การจัดงานเมาลิดในระดับชาติ หากย้อนประวัติศาสตร์ไป เริ่มหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยหลังสิ้นสุดตำแหน่งจุฬาราชมนตรีในสายท่านเฉกอะหมัดใน ปีพ.ศ. 2479 ก็ไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ส่งผลให้สายใยแห่งความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และอำนาจรัฐถูกตัดขาดลง ประกอบกับในยุคจอมพลป.พิบูลสงคราม เป็นยุคแห่งชาตินิยม มีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นในสังคมมุสลิม อาทิ การก่อตัวของปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้นมีมุสลิมบางกลุ่มที่มีบทบาทเคยร่วมกับคณะราษฎรทำการเปลี่ยนการปกครองปี 2475 มองเห็นวิกฤตการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับสังคม จึงนำแนวคิดทางศาสนาเข้ามาเพื่อหวังเชื่อมโยงสังคมมุสลิมกับอำนาจรัฐในระดับสูง จึงมีการจัดงานเมาลิดกลางขึ้นครั้งแรก ในปี 2480 ที่หอประชุมกรมศิลปากร ครั้งที่ 2 และ 3 จัดขึ้นที่บ้านนายเล็ก นานา ซึ่งในการจัดงานได้เชิญบุคคลระดับสูงในรัฐบาลเข้าร่วมงานด้วย

หลังจากนั้นการจัดงานเมาลิดได้ยุติลงชั่วคราวจากกรณีการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ริเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2486 โดยนายแช่ม พรหมยงค์ คนสนิทของดร.ปรีดา พนมยงค์ ได้เชิญหลวงวิจิตรวาทะการ มาเป็นประธานในพิธีเปิด ก่อนการเปิดงานมีการกล่าวอารัมภบทถึงความอยุติธรรมที่พี่น้องมุสลิมใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับและมีการเรียกร้องให้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องมุสลิม ปัญหาได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่ง จนต่อมานายแช่ม พรหมยงค์ ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 ให้เป็นจุฬาราชมนตรีใน ปีพ.ศ. 2488 การจัดงานเมาลิดกลางฯ จึงดำเนินเรื่อยมา ได้ย้ายสถานที่ไปหลายแห่ง จากสำนักงานมุสลิมสภา ถนนราชดำเนินไปที่พระราชอุทยานสราญรมณ์

จนหลังจากปี พ.ศ. 2493 การจัดงานเมาลิด ระดับชาติก็ได้หยุดไปชั่วคราว เนื่องจากการกลับเข้าสู่อำนาจของจอมพลป.พิบูลสงคราม ยุคนั้น ได้มีการลดอำนาจหน้าที่ของจุฬาราชมนตรีจากที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์เป็นเพียงแค่ที่ปรึกษากรมการศาสนา
เมื่อสิ้นสุดยุคของจอมพลป.พิบูลสงคราม การจัดงานเมาลิดในระดับชาติจึงเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยการรวมตัวของผู้นำและองค์กร ศาสนา ใช้ชื่อว่า “งานเมาลิดส่วนกลาง” โดยมีคุณหญิงแสงดาว สยามวาลา เป็นประธาน จัดขึ้นที่สวนลุมพินี จนปี พ.ศ. 2506 ในการจัดงานครั้งที่ 12 นายต่วน สุวรรณศาสตร์ จุฬาราชมนตรี ได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นองค์ประธานในพิธี และทรงเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีหลายครั้ง ต่อมาได้ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาเป็นองค์ประธานเปิดงาน เป็นเวลานานกว่า 40 ปี 

มีการย้ายสถานที่การจัดงานจากลุมพินีสถาน มาจัดที่พระตำหนักสวนอัมพร จนเมื่อมีการก่อสร้างศูนย์บริหารกิจการอิสลามเฉลิมพระเกียรติ ที่คลอง 9 หนองจอก กรุงเทพมหานคร จึงย้ายการจัดมาที่คลอง 9 จนปัจจุบัน ในการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยปี 2560 เป็นปีพิเศษอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานเป็นครั้งแรก จะมีการจัดทำนิทรรศการพระราชกรณียกิจ 2 รัชกาลที่มีต่อสังคมมุสลิมเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์ 

การจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย เป็นการจัดงานที่เป็นการรวมของมุสลิมมากที่สุดในรอบปี ประมาณว่าในแต่ละปีมีมุสลิมจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมกิจกรรมมาร่วมงานจำนวนหลายหมื่นคนตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ที่คร้ั้งหนึ่งในชีวิต ได้มาร่วมงาน “เมาลิดกลาง” 

งานเมาลิดกลางไม่เพียงเป็นงานสรรเสริญศาสดาในอิสลามเท่านั้น แต่เป็นงานที่สานสัมพันธ์ระหว่างสังคมมุสลิมกับอำนาจรัฐ ในการนำเสนอปัญหาและนำเสนอสิ่งที่ดีงามให้ผู้อำนาจได้เข้าใจ เพราะในแต่ละปีจะมีนายกรัฐมนตรี เดินทางมาปิดงานในวันสุดท้ายของการจัดงาน และในงานแต่ะวันจะมีการจัดการสัมมนาในประเด็นต่างๆ ซึ่งจะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนเดินทางมาร่วมสัมมนา  

นอกจากการสานสัมพันธ์ระหว่างสังคมมุสลิมกับบุคลในรัฐบาลแล้ว งานเมาลิดกลางยังเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมในประเทศไทย และมุสลิมไทยกับมุสลิมต่างประเทศ รวมทั้งมุสลิมกับต่างศาสนิกที่มาร่วมงาน เรียนรู้ และเข้าใจวิถีปฏิบัติที่ถูกต้องของมุสลิม 

จะเห็นได้ว่า ในการจัดานแต่ละครั้งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ มากกว่า 20-30 ฝ่าย มีคนมาร่วมทำงานเกือบ 2,000 คน มีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การประกวดกอรี หรือการอ่านกุรอ่าน เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยไปประกวดในระดับนานาชาติ ซึ่งหลายครั้งที่มุสลิมจากประเทศไทย แม้จะมีเป็นส่วนน้อยเพียง 10% แต่ได้แสดงความสามารถชนะเลิศในระดับนานาชาติ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ  

การจัดงานยังมีการให้ความสำคัญในบทบาทของสตรี มีการสัมมนาเกี่ยวกับบทบาทสตรีมุสลิม การออกนิทรรศการความสามารถของสตรีมุสลิม มีการแข่งขันกีฬาหลายประเภท อาทิ การแข่งขันกอล์ฟ การแข่งขันฟุตบอล ตะกร้อ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมด้วยกันและต่างศาสนิกที่เข้าร่วมแข่งขัน ที่สำคัญมีการออกร้านของบรรดาร้านค้า สถาบันการศึกษา นำอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าหลากหลายและแปลกใหม่มาจำหน่ายในงานมากกว่า 200 ร้านค้า เป็นการส่งเสริมกิจการค้า ส่งเสริมการศึกษา สร้างมูลค่่าให้กับสังคม 

ในสมัยที่ ดร.วินัย ดะห์ลัน เป็นประธานคณะกรรมการจัดงาน ได้จัดฮาลาลเอ็กซ์โป นำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฮาลาล ทั้งที่เป็นของมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมมาจำหน่ายในงาน ได้รับการตอบรับที่ดี ผู้ประกอบการจำนวนมากอาศัยงาน “เมาลิดกลาง” เปิดตัวสินค้าและบริการ ทำตลาดให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค ในปีนี้คณะผู้จัดงานได้นำผู้ประกอบการจากภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม มาเปิดบูทในงานฟรี จำนวน 200 ราย เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถก้าวเดินต่อไปได้ 

การจัดงานเมาลิดกลาง จึงเป็นงานที่มุสลิมทั่วประเทศให้ความสำคัญ เพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านศาสนา การเมือง สังคม และเศรษฐกิจ โดยรวม คนมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก สร้างมูลค่าให้กับงานปีละหลายสิบล้านบาท

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560


บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 325 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 54 + 1 =
ความคิดเห็น :