Bookmark and Share

อัล มิรอซ นัมเบอร์ 1 ฮาลาลโฮเต็ล

 
อัล มิรอซ 
นัมเบอร์ 1 ฮาลาลโฮเต็ล


โรงแรมอัล มิรอซ โรงแรมฮาลาลระดับ 4 ดาวแห่งแรกของไทย ได้มีพิธีเปิดโรงแรมอย่างเป็นทางการ หลังจากได้เปิดทดลองบริการเมื่อปี 2559 โดยในช่วงเช้ามีพิธีทางศาสนาอิสลาม และมีแขกผู้มีเกียรติในสังคมมุสลิมมาร่วมงานจำนวนมาก

พิธีทางอิสลามในการทำเมาลิด โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่านทำพิธีอ่านบัรซันญี อาทิ อ.อรุณ บุญชม ประธานผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี อ.ซาเร็บ ศรีเจริญ รองผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี อ.วุกรี บันบา ประธานสถาบันอัลกุรอ่าน อ.อาดัม บันบา 
อิหมามดาวุด โตสมบูรณ์ เป็นต้น หลังจากนั้น มีการอ่านดุอาว์ขอพร และพิธีเปิดโดยจุฬาราชมนตรี

นายรอศักดิ์ มูลทรัพย์ ประธานโรงแรมอัล มิรอซ กล่าวว่า โรงแรมอัล มิรอซ สร้างจากที่ดินของพี่น้องตระกูลมูลทรัพย์ที่เห็นช่องทางการตลาดที่ลูกค้ามุสลิมจากต่างประเทศ ไม่มีที่พัก อาหารฮาลาล ก่อสร้างและแตกแต่งตามสถาปัตยกรรมอิสลามิคดีไซน์ที่ทันสมัยเป็นอาคาสูง 16 ชั้น ห้องพัก 242 ห้อง มีห้องประชุม ห้องสัมมนา ห้องอาหารและฟิตเนส สระว่ายน้ำ ซึ่งการดำเนินการเป็นไปตามหลักการศาสนา ได้รับการรับรองฮาลาลจากกัลฟ์ฮาลาลเซ็นเตอร์และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักจุฬาราชมนตรี

“แรงบันดาลใจในการสร้างโรงแรม มาจากประสบการณ์จากการทำร้านอาหารมากว่า 20 ปี มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นมุสลิมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งดูแนวโน้มการตลาดยังขาดที่พักและอาหารฮาลาล จึงเห็นว่า เป็นโอกาสที่ดี จึงปรึกษาหารือกับพี่น้องเพื่อ
ก่อสร้างโรงแรมบนที่ดินที่เป็นมรดกตกทอด จึงเป็นที่มาขอชื่อ อัล มิรอซ ซึ่งหมายถึง มรดก” นายรอศักดิ์ กล่าว

เขากล่าวว่า จุดเด่นของโรงแรมอัล มิรอซ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องอาหาร แต่รวมทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ความเชื่อถือ ความเชื่อใจ และความซื่อสัตย์ในการให้บริการ ด้วยการบริการชั้นเลิศกับลุกค้าทุกกลุ่ม ตามสโลแกน อัล มีรอซ เดอะลีดดิ้งฮาลาลโฮเต็ล ซึ่งหลังจากที่ได้ทำการประชาสัมพันธ์และการตลาดร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อัล มิรอซ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เอเชียใต้ อาเซียน และได้รับความไว้วางใจจากสมาคมกีฬานานาชาติให้เป็นที่พักระหว่างการแข่งขันอย่างเป็นทางการด้วย

“ขอบคุณการท่องเที่ยวฯ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้โรงแรมเป็นที่รู้จักทั่วโลก ทางโรงแรมขอสัญญาว่าจะให้บริการตามหลักการฮาลาล ด้วยความอบอุ่น และความมีมิตรไมตรีจากคนไทย ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก” นายรอศักดิ์ กล่าว

• จุฬาราชมนตรี “เปิดอัล มิรอช เป็นความท้าทาย”

นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กล่าวว่า การเปิดโรงแรมอัล มิรอช โรงแรมฮาลาลในประเทศเป็นความท้าทายเพราะมีการแข่งขันกันสูง แต่ก็เป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการที่จำได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อดึงดูดเป้าหมายให้มาใช้บริการ

“ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวแบบฮาลาล การท่องเที่ยวสนุกสนานที่ปราศจากข้อห้ามทางศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะการบริโภคอาหารฮาลาล มีสถานที่ประกอบศาสนกิจ และมีสาธารณูปโภคอื่นๆ 
ที่เป็นไปตามหลักศาสนา ขอดุอาว์จากอัลเลาะอ์จงประทานให้โรงแรมประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจกรตามเป้าหมายที่วางไว้ทุกประการ” จุฬาราชมนตรี กล่าว

• รมว.ท่องเที่ยว “ขอบคุณที่มี รร. รองรับกลุ่มฮาลาล”

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ต้องขอบคุณที่มีการก่อสร้างโรงแรมนี้ขึ้นมา งานที่จัดขึ้นมาเป็นการพิสูจน์ว่าความดีที่ของเจ้าของโรงแรมนั้นเป็นเช่นไรถึงทำให้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก

“ขอเป็นตัวแทนของภาครัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคนไทยทั้งประเทศ ต่อคุณรอศักดิ์ ที่ทำให้เกิดโรงแรมเช่นนี้ ซึ่งไทยได้ตั้งเป้าหมายของการท่องเที่ยวให้เป็นการท่องเที่ยวคุณภาพ และมีเป้าหมายที่ความสัมพันธ์ที่ดีกับนักท่องเที่ยว ซึ่งไม่ได้หมายถึงนักท่องเที่ยวร่ำรวย หรือนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก แต่หมายถึงว่านักท่องเที่ยวมีความสุขกลับไป และการท่องเที่ยวไม่มีการเมือง แต่เป็นเรื่องของคน 1 คน และใจ 1 ใจ ซึ่งเชื่อมั่นว่า การมีโรงแรมอัล มิรอซ จะสามารถ
ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ เพราะนักท่องเที่ยวมุสลิม เป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เป็นเพื่อนที่แท้จริงของประเทศไทย และททท.เองก็พยายามดูแลนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาโดยตลอด ซึ่งโรงแรมนี้จะเซิร์ฟเราในทุกๆ ด้าน ที่เพิ่งรู้ก็คือ สามารถเซิร์ฟด้านกีฬาด้วย จะมีการบ้านกันต่อไป”

เธอกล่าวว่า การสร้างโรงแรมนี้ (ฮาลาล) นับเป็นสปิริตที่สำคัญในการสร้างสิ่งที่ดีให้กับประเทศที่จะแสดงออกให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งมิตรภาพ การท่องเที่ยวเติบโตมาจากความเป็นมิตรภาพ โรงแรมนี้ทำให้เราก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เป็นกำลังใจให้เราก้าวเดินกันต่อไป

นางกอบกาญจน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มอาหรับเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี ททท.พยายามส่งเสริมสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ แม้ว่าจะไม่โฆษณาในวงกว้าง แต่ก็ทำแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี

• ดร.สุรินทร์ “อัล มิรอช สัญลักษณ์แห่งการยอมรับ”

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายพิเศษ ระบุว่า การเปิดโรงแรมอัล มิรอซ โรงแรมฮาลาลในระดับนี้ เป็นแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ ทั้งในไทยและ CIMV สมควรที่จะปรบมือให้การมีอัล มิรอซ สถาปัตย์อิสลามิกในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่ความหลากหลายและได้รับการยอมรับ ก่อนหน้านี้รัชกาลที่ 6 ทรงก่อสร้างดุสิตธานี ซึ่งก็คือ โรงแรมดุสิตธานีทุกวันนี้ เพื่อเป็นสถานที่เรียนรู้ประชาธิปไตย เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีโดมทองพระตำหนักพญาไท ก็มีโดมทอง เหมือนอัล มิรอซ เหมือนมัสยิดอีก 2 แห่งบนถนนมอเตอร์เวย์ ที่มีโดมทอง เป็นสิ่งที่นำไปสู่การยอมรับของโลกมุสลิม

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า นักเที่ยวมุสลิมเข้ามาในประเทศไทย ในหลากหลายเป้าหมายๆ หนึ่ง คือการเข้ามารักษา ซึ่งเรามีโรงพยาบาลที่รองรับกลุ่มนี้ แต่คนที่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นคือ มุสลิมที่ทำหน้าที่ล่ามภาษาอาหรับ ภาษามลายู ซึ่งจบมาจากอียิปต์ ซาอุฯ ปากีสถาน รวมทั้งมีบทบาทในการประสานงานกับสถานทูตประเทศมุสลิมมากกว่า 10 ประเทศ มุสลิมในประเทศไทยจึงเป็นคนที่ทำให้เกิดการยอมรับจากประเทศมุสลิม

“ไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับ 130 กว่าของประเทศที่ไม่ปลอดภัยในความรู้สึกของนักท่องเที่ยว เป็นการบ้านที่เข้าใจว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะทำให้ดีขึ้น แต่การมีอัล มิรอซ อาจจะช่วยคลายความรู้สึกไปได้บ้าง ทั้งหมดเป็นสิ่งที่จะต้องช่วยกัน” ดร.สุรินทร์ กล่าว

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 415 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 68 + 56 =
ความคิดเห็น :