Bookmark and Share

กลยุทธ์ มุสลิมเอาชนะยิว ครอบครองเศรษฐกิจการค้าได้สำเร็จ

 
กลยุทธ์ มุสลิมเอาชนะยิว
ครอบครองเศรษฐกิจการค้าได้สำเร็จ


ในปัจจุบันแม้ “ชาวยิว” จะครอบครองเศรษฐกิจของโลกเกือบทั้งหมด แต่เชื่อหรือไม่ว่าด้วยพลังแห่งศรัทธาในอดีตระบบเศรษฐกิจอิสลามเคยชนะยิวอย่างราบคาบมาแล้ว ทำได้อย่างไรมาติดตามกัน ย้อนกลับไปสมัยนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ตอนเผยแพร่อิสลามที่มักกะห์ ถูกต่อต้านจากกลุ่มผู้ครองอาจในมักกะห์ทุกด้าน เพื่อให้เลิกการเผยแพร่อิสลาม เพราะอิสลามจะทำให้พวกเขาสูญเสียอำนาจทั้งการปกครองและเศรษฐกิจ การต่อต้าน มีทั้งการข่มขู่คุกคาม การทำร้ายผู้ศรัทธา รวมถึงการแซงชั่นทางเศรษฐกิจ นบีและซอฮาบัรถึงกับไม่มีอาหารยังชีพ จนบางครั้งต้องประทังชีวิตด้วยเยี่ยมอูฐสะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสของรอซูลุลเลาะฮ์และบรรดาซอฮาบัร บางคนอดทนไม่ไหวก็ได้อพยพไปอาบิสซีเนีย 

จนเมื่อถึงจุดหนึ่งหลังฤดูฮัจย์ หลังจากได้พูดคุยกับชาวเมืองยัสริบที่มาทำฮัจย์ นบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ได้ตัดสินใจอพยพไปมาดีนะห์ ท่ามกลางการไล่ล่าของชนเผ่ากุเรซ ระยะทางจากมักกะห์ไปยัสริบ ต่อมาเปลี่ยนเป็นมาดีนะห์ (เมืองนบี) ประมาณ 400 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางหลายวัน ผ่านทะเลทราย ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ ยัสริบสมัยนั้น เศรษฐกิจถูกควบคุมโดยชาวยิว ในขณะที่มุสลิมที่เพิ่งเข้าไป ต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้มีที่ยืนทางเศรษฐกิจ นบีเองถึงกับต้องจำนำเสื้อเกราะไว้กับชาวยิว 
ในบรรดาผู้อพยพไปยัสริบ มี อับดลเราะห์มาน เอาฟ์ รวมอยู่ด้วย อับดลเราะห์มาน เอาฟ์ คนนี้ ตอนอยู่มาดีนะห์เป็ฐานะอยู่ในขั้นเศรษฐกิจ แต่ตอนอพยพเขาไปตัวเปล่า ปล่อยให้ทรัพย์สินถุกยึดโดยกลุ่มอำนาจนำในมักกะห์ 

นบีได้มอบหมายให้ อับดลเราะห์มาน เอาฟ์ ศึกษาลู่ทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของมุสลิม ถ้าเปรียบเทียบกับปัจจุบันก็คือรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจนั่นเอง ภายใต้ควายากลำบาก สิ่งที่ อับดลเราะห์มาน เอาฟ์ ทำก็คือขอต่ออัลเลาะฮ์ ละหมาดตะฮัตยุต
และปรึกษากับนบีอย่างต่อเนื่อง 

อับดลเราะห์มาน ตัดสินใจจากการปรึกหาหารือกับนบีมูฮัมหมัด เปิดตลาด “อัลซอร” โดยตลาดแห่งนี้ เปิดขายของในราคาถูก ให้คนมาขายของในราคาถูก มีต้นทุนถูก ทำให้สามารถแย่งลูกค้าจากชาวยิวได้เกือบหมด ทำให้พ่อค้าชาวยิวที่มีรากฐานทางการค้าในมาดีนะห์มานานนับ 100 ปี ต้องม้วนเสื่อ กิจการขาดทุนย่อยยับ 

เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจแบบอิสลามที่เน้าการค้าขายแบบซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา และเอากำไรน้อย สามารถเอาชนะการค้าขายแบบยิวได้ แต่ในปัจจุบันมุสลิมส่วนใหญ่ เดินตามยิว ค้าขายแบบยิว จึงต้องกลายเป็นทาสระบบของยิว จนแยกไม่ออก กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปโดยไม่รู้ตัว 

อีกกรณีหนึ่ง ใครที่ไปฮัจย์หรืออุมเราะห์ และได้ไปมาดีนะห์ คงจะได้รับการถ่ายทอดกันมาแล้ว เรื่องของบ่อน้ำของยิว  ที่มาดีนะห์ในสมัยที่นบีอพยพไปนั้น มีบ่อน้ำของชาวยิวเพียงแห่งเดียว ที่ชาวเมืองใช้บริโภค ซึ่งถูกขายให้ในราคาแพง ประสบความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า นบีและบรรดาซอฮาบัรปรึกษาหารือกันว่า จะทำอย่างไรให้ชาวเมืองไม่ต้องซื้อน้ำแพง ท่านอุสมาน ซึ่งต่อมาเป็นคอลีฟะห์คนที่ 3 รับอาสาไปดำเนินการ 

ท่านอุสมาน ไปเจรจาขอซื้อบ่อน้ำจากชาวยิว แน่นอนว่า เขาไม่ขายแน่ จึงขอเช่า แนนอนว่า เขาไม่ให้เช่าแน่ จึงขอเช่า 1 วัน ชาวยิวก็ให้เช่า ซึ่งในวันที่ท่านอุสมานเช่า ก็ให้ชาวมาดีนะห์ ตักน้ำกันโดยไม่คิดมูลค่า คนก็ไปตักมาเก็บไว้ จนทำให้ในวันที่ชาวยิวขาย ไม่มีคนมาซื้อน้ำ สุดท้ายก็ต้องขายบ่อน้ำให้ท่านอุสมานในราคาถูก มุสลิมก็ได้ครอบครองบ่อน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการดำเนินชีวิต 

ทุกวันนี้ ใครไปมาดีนะห์ ผู้ประกอบการบางคนก็จะพาไปดูบ่อน้ำแห่งนี้ เป็นกลยุทธ์ทางการบริหาร ที่ใช้สติปัญญา ที่สามารถสร้างสรรค์ระบบอิสลามขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ในทุกด้าน คนในอดีตเคยสร้างมาสมบูรณ์ แล้วทุกวันนี้หละ ถามตัวเองกันดังๆ

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 443 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 47 + 14 =
ความคิดเห็น :