Bookmark and Share

ขับเคลื่อนฮาลาลไทยสู่ Thailand Halal 4.0



ขับเคลื่อนฮาลาลไทยสู่ Thailand Halal 4.0 


มฮท.-ศูนย์วิทย์ฯ-กรรมการกลางฯ จับมือผู้ประกอบการฮาลาล ตั้งแต่ระดับ OTOP, วิสาหกิจชุมชน และเอสเอ็มอี พัฒนาธุรกิจสู่ 4.0 ใช้เทคโนโลยีกระจายสินค้าสู่ตลาดโลก 

ในการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรฐานฮาลาล 4.0 ซึ่งจัดโดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มีกลุ่มผู้ผลิตสินค้า OTOP วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าร่วมมากกว่า 100 บริษัท เข้าร่วม พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้อธิบายถึงหลักการฮาลาล ระบบการตรวจสอบฮาลาล มีการเชื่อมโยงระหว่างคณะกรรมการอิสลามประจังหวัด คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และมีวิทยาศาสตร์คือ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ร่วมตรวจสอบ 

“ระบบฮาลาลไทยมีเพียงหน่วยงานเดียวตรวจสอบ จึงทำให้เป็นที่ยอมรับของประชาคม โลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมุสลิม เรียกว่า ไดมอนด์ฮาลาล เมื่อมีปัญหาคณะกรรมการกลางฯ ได้เข้าไปดูแลแก้ปัญหา อย่างกรณีอินโดนีเชีย กักผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย ก็ได้ไปเจรจาจนประสบความสำเร็จ” พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าวและว่า ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ฮาลาลมีปัญหาเรื่องการทำตลาด แม้จะมีส่วนราชการช่วยส่งเสริมการตลาดไปต่างประเทศบ้าง แต่เราก็ทราบกันดีว่าราชการส่วนใหญ่เป็นประเภทลูบหน้าปะจมูก หรือผักชีโรยหน้า ตนเคยรับราชการทราบดี ไม่สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ คณะกรรมการกลางฯ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงลงมาช่วยแก้ปัญหา ช่วยทำตลาดให้ ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การก้าวไปสู่ผู้ประกอบ 4.0 คือ การใช้เทคโนโลยีในการทำการผลิต การตลาด หรือผู้ประกอบการตื่นรู้ เป็นคนทำงานที่ใช้สมองมากกว่าใช้แรง กล้าคิด กล้าผลิต กล้าลงทุน กล้าล้มเหลว กล้าที่จะสู้ต่อไป ไม่ย่อท้อ จน กว่าจะประสบความสำเร็จ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า มีต้นทุนที่ต่ำกว่า และมีราคาที่ตรงใจผู้ซื้อ ไม่แพงเกินไป หรือไม่ถูกจนเกินไป ซึ่งการสร้างมาตรฐานสินค้าและบริการมาจากความต้องการของลูกค้า มีการวิจัยพัฒนาดูความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่ทำให้สินค้าและบริการยืนอยู่ได้ในระยะยาว นอกจากการขายสินค้าได้แล้ว จะต้องเคารพต่อกฎเกณฑ์ของสังคม ไม่ทำในสิ่งผิด หรือไม่เหมาะสม รักษากติกาของวิชาชีพ ซึ่งในแต่ละวิชาชีพก็จะมีจริยธรรม มีมารยาท มีระบบการบริหารที่มีธรรมาภิบาล และสร้างสรรค์สังคม ช่วยเหลือสังคม ที่เรียกว่า CSR ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจะต้องมีความรอบรู้ในธุรกิจที่ทำอย่างทะลุปรุโปร่ง รอบรู้ตลาดจะต้องเรียนรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นเร็ว รู้ความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ตลอดจนรู้เท่าทันการแข่งขัน รู้จักคู่แข่ง รู้จักตลาด ปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 

“ภูมิสังคม หมายถึงจะต้องเรียนรู้ภูมิศาสตร์กายภาพ สภาพสังคม สภาพความต้องการ เรียนรู้นโยบายกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ตลดจนสังคมวัฒนธรรม และเทคโนโลยีพื้นฐานที่มี เรียนรู้การเปลี่ยนแปลง ทั้งพื้นที่ของการตลาด โครงสร้างการผลิต รสนิยมการบริโภคสินค้า รูปแบบการขาย การกระจายผลประโยชน์ การจัดสรรทรัพยากร ตลอดจนศึกษาสภาพแวดล้อม ที่สำคัญจะต้องศึกษาความต้องการของลูกค้าให้ถ่องแท้ เพราะลูกค้ามีอำนาจต่อรองสูง” ดร.ปกรณ์ กล่าวและว่า จะต้องสร้างสมความรู้ ความเชี่ยวชาญในการประกอบกิจการ มีความเป็นมืออาชีพมีศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี

ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า การก้าวสู่เศรษฐกิจ 4.0 คือ การใช้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จาก 1.0 เกษตรกรรม 2.0 อุตสาหกรรมเบา 3.0 อุตสาหกรรมหนัก และ 4.0 การใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก ซึ่งเราอาจจะมีปัญหาติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีขัดจำกัด ประมาณปีละ 3-4% 

“ความสำเร็จของเศรษฐกิจ 4.0 จะสำเร็จจะต้องมีผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง มีศักยภาพ มีแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญ มีทักษะสูง” ดร.ปกรณ์ กล่าว 

สำหรับตลาดฮาลาลทั่วโลกมีขนาด 2.3-3.2 ล้านล้านดอลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยอาหารเครื่องนุ่งห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง ยาการแพทย์ อาหารสัตว์ เครื่องหนัง สารเคมี บรรจุภัณฑ์ ประมาณ 0.8-1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ที่เหลือเป็นร้านอาหาร ภัตตาคารโรงแรม การท่องเที่ยว การบริการเดินทาง ธนาคาร การขนส่ง โลจิสติกส์ การบันเทิง เป็นต้น ส่วนค่านิยมฮาลาลเป็นสิ่งที่ประเมินไม่ได้ ตั้งแต่แบรนด์ฮาลาล แฟชั่น รสนิยม วัฒนธรรม ความปลอดภัย ความบริสุทธิ์ ความเชื่อมั่น ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การมีคุณค่าต่อชีวิต 

ด้านดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความสำคัญมาก จะเห็นว่า ในการเลือกตั้งสหรัฐฯที่ผ่านมา การใช้ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านโลกโซเชียลส่งผลให้การผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืน เราจึงให้ความสำคัญกับ IT หรือเศรษฐกิจแบบ 4.0 และประเทศไทยกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจแบบ 4.0 ขณะที่อุตสาหกรรมฮาลาล มีความสำคัญ เพราะมีพลเมืองโลก 1,800 ล้านคนบริโภคสินค้าฮาลาล และในประเทศทั่วโลก 200 ประเทศ ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล 1 ใน 20 ของโลกที่ส่งออกมากที่สุด 

“ฮาลาลมีมูลค่าการส่งออก 400,000 ล้านบาท จำเป็นต้องพัฒนาการพาณิชย์ฮาลาลให้ก้าวสู่ Thailand Halal 4.0 เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการเพิ่มการส่งออก ให้เป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งการเติบโตของฮาลาลจะก้าวไปกับการใช้เทคโนโลยี” ดร.วินัยกล่าว 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY VAREITY ฉบับที่ 60
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 418 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 85 + 36 =
ความคิดเห็น :