ตามที่มีการช่วยหญิงสาวเวียดนามจำนวนหลายคนที่ถูกนำมากักขัง อุ้มบุญ จากการตรวจสอบเอกสารที่ยึดได้จากบ้านเลขที่ 79/86 และบ้านเลขที่ 79/246 หมู่บ้านธารารมณ์ ซอยรามคำแหง 150 ถนนรามคำแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯนั้น พบว่า มี”สาวไทย” กว่า 10 ราย ซึ่งเป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งอยู่ด้วย
“มีการตรวจพบรูปถ่ายสาวนักศึกษาไทย หน้าตาดีหลายคน พร้อมที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์มือถือ เข้ามากรอกเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งหมด อาจจะต้องให้พนักงานสอบสวนเรียกตัวมาสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับการรับจ้างอุ้มบุญหรือไม่” แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ
ความคืบหน้าการสืบหาข้อมูล โหลว เสียง หลง ผู้บริหารบริษัทชาวไต้หวันนั้น พบว่า ประมาณกลางปี 2552 โหลว เสียง หลง ถูกตำรวจไต้หวันจับกุมพร้อมพวกอีก 6 คน ซึ่งหนึ่งในนี้มีคนไทยเชื้อสายจีนรวมอยู่ด้วย ในกล่าวหาว่า “บริการธุรกิจอุ้มบุญโดยผิดกฎหมายและค้ามนุษย์” คดีนี้ มีคู่สามีภรรยาชาวไต้หวันที่อยากมีลูกสมความปรารถนาแล้วกว่า 24 คู่ ในจำนวนนี้ถูกเรียกมาสอบปากคำ 5 คู่ ให้การว่า ต้องเสียค่าบริการ 1.6 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 1.6 ล้านบาทต่อลูก 1 คน
พฤติกรรมการก่อเหตุของ โหลว เสียง หลง พร้อมกับพวก จะใช้ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่ตั้งเว็บไซต์ดึงดูดคู่สามีภรรยาชาวไต้หวันที่มีบุตรยาก หรืออุ้มท้องเองไม่ได้ สามารถเลือกสเปิร์มของตัวเองหรือผู้อื่น และไข่คุณภาพสูงจากหญิงไทย เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งจะคัดเลือกจากหญิงหน้าตาดี จบการศึกษาสูง จากนั้นจะให้ผู้มีบุตรยากเดินทางมาเมืองไทย เพื่อผสมเทียมในหลอดแก้ว และจ้างหญิงที่เลือกแล้วอุ้มท้องแทน โดยจ่ายค่าบริการขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาและการศึกษาของหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์
เมื่อหญิงสาวที่มารับจ้างอุ้มบุญเกิดการตั้งครรภ์แล้ว ต้องเข้าพักในหมู่บ้านที่นายหน้าเถื่อนแก๊งนี้จัดเตรียมไว้แล้ว พร้อมมีผู้ดูแลโดยเฉพาะ ระหว่างนี้ลูกค้าต้องจ่ายค่าใช้จ่ายบำรุงครรภ์ให้แก่ผู้รับจ้างจนกว่าคลอดลูกแล้ว แล้วแก๊งของนายโหลวจะช่วยเหลือทำใบเกิดจากโรงพยาบาล โดยลูกค้าเป็นบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเด็กเกิดใหม่ หรือใช้วิธีรับเป็นพ่อแม่บุญธรรม รับเด็กกลับมาเลี้ยงดูที่ไต้หวัน
สำหรับค่าใช้จ่ายนั้น ลูกค้าจะต้องชำระเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด คือ 1.ตอนลงนามสัญญา 2.เมื่อหญิงรับจ้างอุ้มบุญเริ่มตั้งท้อง 3.เมื่ออายุครรภ์ได้ 3 เดือน และ 4.เมื่ออายุครรภ์ 6 เดือน รวมค่าใช้จ่าย 3.2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ บวกกับเงินค่าบำรุงระหว่างตั้งครรภ์ เฉลี่ยแล้วต้องจ่าย 1.6 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือ 1.6 ล้านบาทต่อการได้ลูก 1 คน อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ 2 ปี จากการทำธุรกิจอุ้มบุญในไต้หวันสำเร็จไม่ต่ำกว่า 20 คู่ สร้างรายได้ให้บริษัทกว่า 20 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 20 ล้านบาท
ชาวไต้หวันรายหนึ่งบอก “คม ชัด ลึก” ว่า ธุรกิจรับจ้างตั้งครรภ์แทน หรือรับจ้างอุ้มบุญ ในไต้หวันยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และมีคู่สามีภรรยาชาวไต้หวันที่มีบุตรยากหรือตั้งครรภ์ไม่ได้ประมาณ 4 แสนคู่ และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์ “ดิ แอปเปิล เดลี่” ของไต้หวัน เคยเตือนถึงบริษัทไทยชื่อ “เบบี้ 101” และที่สำคัญไต้หวันยังห้ามให้มีการ “อุ้มบุญ” ในการให้กำเนิดบุตร และแพทย์ที่แนะนำคู่สามีภรรยาที่เป็นหมันให้ใช้บริการบริษัท “อุ้มบุญข้ามชาติ” จะถูกยึดใบประกอบโรคศิลปะ และถูกปรับเป็นเงินสูงสุด 2.5 แสนดอลลาร์ไต้หวัน หรือ 262,500 บาท” ชาวไต้หวันรายเดิมระบุ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ “ดิ แอปเปิล เดลี่” เคยเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วทำทีเป็นลูกค้า ติดต่อขอทราบรายละเอียดการให้บริการ จากสำนักงานใหญ่ของบริษัทเบบี้ 101 จำกัด ได้รับคำตอบว่า ต้องเสียเงินถึง 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 1.75 ล้านบาท
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1804 ครั้ง